Month: June 2021

ก้างปลาติดคอ ปัญหาเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่หากปฐมพยาบาลผิดวิธี

เนื้อปลามีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการทางโภชนาการให้บริโภคแทนเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เนื้อปลาแตกต่างจากเนื้อของสัตว์ชนิดอื่นก็คือ ‘มีก้าง’ และหลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ “ก้างปลาติดคอ” ซึ่งสร้างความเจ็บปวดในขณะรับประทานอาหาร การที่ก้างปลาติดคอนั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น เกิดการติดเชื้อ เป็นหนองลามเข้าไปในคอ ลามเข้าไปในช่องอก เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาก้างปลาติดคอขึ้น หลายครอบครัวอาจมีวิธีแก้ที่แตกต่างกันไป ถึงแม้บางวิธีจะได้ผลในบางครั้ง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าวิธีการดังกล่าวจะถูกต้องและปลอดภัย วันนี้คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ จึงอยากจะมาแบ่งปันข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับอาการก้างปลาติดคอ ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการปฐมพยาบาล และมาดูกันว่าหากมีปัญหาก้างปลาติดคอ เราควรทำอย่างไร ก้างปลาติดคอมีอาการอย่างไร? เจ็บจี๊ดเฉียบพลันบริเวณที่ถูกก้างตำ กลืนน้ำลายแล้วรู้สึกเจ็บ สามารถบอกตำแหน่งได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่บริเวณใด วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำได้อย่างไร? หากเป็นก้างปลาขนาดเล็ก ให้ดื่มน้ำแล้วกลั้วคอแรง ๆ ก้างจะสามารถหลุดออกเองได้ หากไม่หลุด ควรมาพบแพทย์ทันที เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ความเชื่อผิด ๆ เมื่อมีก้างปลาติดคอ การปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนแล้วกลืน ทานกล้วย หรือขนมมาร์ชเมลโล เพื่อดันก้างปลาให้หลุดนั้นเป็นเท็จ เพราะก้างปลาที่มีขนาดใหญ่จะไม่สามารถหลุดได้ …

ก้างปลาติดคอ ปัญหาเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่หากปฐมพยาบาลผิดวิธี Read More »

ไข้เลือดออก กับ ไข้หวัดใหญ่ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

เป็นที่รู้กันว่า ฤดูฝนในประเทศเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทยมักมาพร้อมกับโรคระบาดขาประจำอย่าง ไข้เลือดออก และ ไข้หวัดใหญ่ ทำให้ทุกครั้งที่เรามีอาการป่วย ไข้ขึ้นสูงเป็นเวลาหลาย ๆ วัน เรามักจะเกิดความกังวลและสับสนว่า เรากำลังป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาที่มีอาการหนัก หรือรุนแรงกว่านั้น ซึ่งถ้ารุนแรงกว่านั้น ความเป็นไปได้ที่เราพอจะคาดเดาได้ ก็คือเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ก็เป็นไข้เลือดออก นั่นเอง เพื่อให้การสำรวจอาการด้วยตนเองมีความแม่นยำมากกว่าเดิม วันนี้คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจจะมาแบ่งปันความรู้กับคนในชุมชน ว่าไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ มีอาการชัดเจนที่สังเกตได้เป็นอย่างไร และเหมือนหรือแตกต่างจากอีกโรคหนึ่งอย่างไร อาการทั่วไปของโรคไข้เลือดออก ไข้เลือดออกเกิดจากการถูกยุงที่มีเชื้อไวรัส “เดงกี” กัด และเมื่อผ่านเวลาไปประมาณ 8 – 12 วัน เชื้อไวรัสจะฟักตัวและแพร่เข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่ถูกยุงกัด ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกในที่สุด แน่นอนว่า อาการที่สังเกตได้ของโรคไข้เลือดออกในผู้ป่วยแต่ละรายมักแตกต่างกัน และสามารถสังเกตได้ ดังนี้: มีไข้สูงเฉียบพลันเป็นเวลา 2 – 7 วัน มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวดท้องร่วมด้วย มีอาการซึมจากการเจ็บป่วย และมีเลือกกําเดา ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจเกิดภาวะไข้เลือดออกช็อก ซึ่งมีอาการ ปลายมือปลายเท้าเย็น ความดันโลหิตต่ำ ไข้ลดอย่างรวดเร็ว เป็นต้น …

ไข้เลือดออก กับ ไข้หวัดใหญ่ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? Read More »

5 เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลสุขภาพตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

สิ่งที่มักจะมาพร้อมกับฤดูฝน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ก็คือการเจ็บไข้ได้ป่วยต่าง ๆ  ซึ่งโดยทั่วไปเกิดจากการรับเชื้อโรคมาในขณะที่ร่างกายอ่อนแอ หรืออาจเกิดจากการใช้ชีวิตในช่วงฤดูฝนซึ่งคือการอยู่ติดบ้านก็ได้ เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้ทำร้ายสุขภาพของเรา ทางคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจจึงอยากจะมาร่วมแบ่งปัน 5 เคล็ด(ไม่)ลับ ในการดูแลสุขภาพร่างกายแบบง่าย ๆ อีกทั้งสามารถทำได้ที่บ้าน หรือห้องพักอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย! 1. กินผลไม้เป็นของว่างในบางโอกาส สำหรับคนที่ชอบทานขนมระหว่างมื้ออาหารเป็นชีวิตจิตใจ อาจจะลองเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวชนิดต่าง ๆ มาเป็นผลไม้แทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์สองต่อ เพราะเนื่องจากการกินผลไม้ช่วยเพิ่มวิตามินให้กับร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดแล้ว ยังถือเป็นการลดปริมาณขนมขบเคี้ยวที่ไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย 2. ดื่มน้ำให้มากขึ้น (ประมาณ 6 – 8 แก้ว ต่อวัน) ชีวิตของใครหลายคนอาจถูกขับเคลื่อนด้วยกาแฟเข้ม ๆ น้ำอัดลม หรือชานมไข่มุกหวาน ๆ ซักแก้ว แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ร่างกายของเราขาดไม่ได้ก็คือ น้ำเปล่า เพียงดื่ม หรือจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน ก็ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี และการกระตุ้นนี้จะช่วยส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่เป็นลำดับถัดมา 3. เวลาเครียด ให้หายใจให้ลึก ๆ …

5 เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลสุขภาพตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน Read More »

รูปปก บทความ โรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก โรคร้ายฤดูฝนที่มาพร้อมกับยุงลาย ป้องกันได้

“ไข้เลือดออก” เป็นโรคคุ้นหูที่มียุงลายเป็นพาหะ มักจะระบาดทุกช่วงฤดูฝนของทุกปีในประเทศเขตร้อน รวมถึงประเทศไทยด้วย เนื่องจากที่ไข้เลือดออกเป็นโรคที่ระบาดเป็นประจำทุกปี จึงฟังดูเป็นเรื่องปกติ เป็นเหตุให้หลายคนมองข้ามความอันตรายของโรคนี้ไป อาการของโรคไข้เลือดออกจะแตกต่างออกไปในแต่ละบุคคุล โดยอาจมีอาการผิดปกติแสดงเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที วันนี้ ทางคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ จึงอยากจะมาแบ่งปันความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกว่าเกิดจากอะไร มีอาการที่สังเกตเห็นได้อย่างไร ขั้นตอนการรักษา และวิธีการป้องกันทำได้อย่างไร มาดูกันเลย! ไข้เลือดออก เกิดจากอะไร? โดยทั่วไป เราจะเข้าใจกันว่าโรคไข้เลือดออกเกิดจากการถูกยุงกัด ซึ่งก็ถูกต้องแต่ยังไม่ถูกต้อง 100% เนื่องจากยุงที่กัดผู้ป่วยนั้น ไม่ใช่ยุงทุกตัว แต่ต้องเป็นยุงที่มีเชื้อไวรัส “เดงกี” อีกด้วย โดยเชื้อไวรัสตัวนี้จะเข้าไปฝังในกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง และเมื่อผ่านเวลาฟักตัวประมาณ 8 – 12 วัน ไวรัสตัวนี้ก็สามารถแพร่เข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่ถูกยุงกัด แล้วทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกได้ โรคไข้เลือดออกมีอาการอย่างไร? ไข้เลือดออกสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย ขึ้นอยู่กับโอกาสที่บุคคลจะได้รับเชื้อจากการโดนยุงกัด โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจมีอาการดังนี้: ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 – 7 วัน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร มีจ้ำเลือดหรือจุดเลือดตามผิวหนัง หน้าแดง มีอาการเลือดออกบริเวณอื่น เช่น …

ไข้เลือดออก โรคร้ายฤดูฝนที่มาพร้อมกับยุงลาย ป้องกันได้ Read More »

รู้ไว้ใช่ว่า วัคซีนคืออะไร และช่วยปกป้องร่างกายของเราอย่างไร?

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ทำให้ “วัคซีน” เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น้อยคนนักจะไม่รู้จัก แต่อย่างไรก็ตาม เราอาจมีความเข้าใจต่อวัคซีนที่แตกต่างกันออกไป โดยความเข้าใจเหล่านั้นบางครั้งก็อาจจะถูกต้องและบางครั้งอาจก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ดังนั้น คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ จึงอยากจะมาร่วมแบ่งปันความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ว่าจริง ๆ แล้ว วัคซีนคืออะไร เรารับวัคซีนกันไปทำไม และมันช่วยปกป้องร่างกายของเราได้อย่างไร? วัคซีนคืออะไร? วัคซีนคือชีววัตถุ (แอนติเจน) ที่ผลิตมาจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรคที่ผ่านกระบวนการให้ไม่สามารถก่อโรคได้แต่ยังคงกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี้) ได้ ดังนั้น การที่หลายคนเข้าใจกันไปว่าวัคซีนเป็นเหมือนยาที่สร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้น จึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องไปเสียทีเดียว และอีกหนึ่งเรื่องน่ารู้ก็คือ วัคซีนสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทตามการผลิต ได้แก่: 1. วัคซีนเชื้อตาย (killed vaccine)  เป็นวัคซีนที่ผลิตโดยใช้เชื้อโรคทั้งตัวที่ตายแล้ว ได้แก่ วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนอหิวาตกโรค วัคซีนพิษสุนัขบ้า หรือผลิตจากส่วนประกอบบางส่วนของเชื้อโรค ได้แก่ วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2. วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (live attenuated vaccine)  เป็นวัคซีนที่ผลิตโดยใช้เชื้อโรคมาผ่านกระบวนการทำให้อ่อนฤทธิ์ลงจนไม่สามารถทำให้เกิดโรค แต่ก็เพียงพอที่จะสามารถทำให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ ได้แก่ วัคซีนโปลิโอชนิดกิน วัคซีนอีสุกอีใส วัคซีนวัณโรค …

รู้ไว้ใช่ว่า วัคซีนคืออะไร และช่วยปกป้องร่างกายของเราอย่างไร? Read More »