บทความ

5 วิธีดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19

ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง เราจึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองไม่ให้ได้รับเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย หรือเว้นระยะห่างทางสังคม และไม่อยู่ในสถานที่ปิดหรือบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ เป็นวิธีเบื้องต้นในการดูแลสุขภาพกายของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า “สุขภาพจิต” ของเรา ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน หลายคนมีความจำเป็นที่จะต้องออกจากงาน หรือจำเป็นที่จะต้องทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) นักเรียนหรือนักศึกษาในพื้นที่เสี่ยง ต้องเรียนออนไลน์ หรือต้องออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาทางการเงิน ไม่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ก็ล้วนแล้วแต่สามารถเป็นปัจจัยให้เกิดความเครียด และสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต หรือโรคซึมเศร้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตไม่แพ้โรคระบาดเลย ด้วยความห่วงใยสุขภาพจิตของคนในชุมชน วันนี้ คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ อยากจะมาแบ่งปัน 5 วิธีการดูแลสุขภาพกายควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพใจ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย! 1. เริ่มต้นรักษาสุขภาพใจ ด้วยการรักษาสุขภาพกาย การดูแลสุขภาพจิต อาจเริ่มต้นจากการทำร่างกายให้แข็งแรง ไม่ว่าจะโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การไม่มีโรคประจำตัว หรืออาการป่วยที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการมีสุขภาพจิตที่ดี  2. ลดหรืองดการเสพสื่อที่อาจสร้างความกังวลและบั่นทอนจิตใจ การรับรู้ข่าวสาร และอัปเดตเรื่องราวในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเราใช้เวลากับสื่อต่าง …

5 วิธีดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 Read More »

ผิวสวยสุขภาพดี ดูแลจากภายใน “ไม่” พึ่งสารปรอท

มาตรฐานความงาม (Beauty Standard) ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง หรือกลุ่ม LGBTQ+ ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงผู้ที่มี “ผิวขาว” อีกต่อไป เพื่อเป็นการร่วมสร้างมาตรฐานความงามในสังคมแบบใหม่และยอมรับในความสวยงามที่หลากหลาย เราควรหันมาใส่ใจ “สุขภาพผิว” มากกว่า “สีผิว” โดยเริ่มจากการดูแลสุขภาพผิวของตัวเองจากภายในสู่ภายนอก ด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังนี้: เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ลดปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดความเครียด บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงแดดจัด เพราะอันตรายต่อผิว ไม่พึ่งสารปรอท เพื่อเพิ่ม “ความขาว” ให้ผิว หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า การใช้สารปรอทเป็นอีกหนึ่งทางเลือกบำรุงผิวที่ทำให้ผิวขาวในเวลาอันสั้น และ”ไม่ได้อันตรายขนาดนั้น” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด สารปรอท เป็นสารที่ถูกห้ามใช้เป็นองค์ประกอบในเครื่องสำอางค์ อันเนื่องมาจากความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง แม้ว่าจะทำให้ผิวขาวเร็ว แต่หลังจากนั้น จะเกิดผื่นแดงบริเวณที่ทา ผิวเริ่มบางลง ติดเชื้อง่าย และหากใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสารปรอทไปนาน ๆ เข้า จะเกิดพิษสะสมของปรอท ซึ่งมีผลทำให้เกิดปัญหาไตอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และส่งผลต่อทารกในสตรีมีครรภ์ และเมื่อหยุดใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสารปรอท จะส่งผลให้ผิวบริเวณที่ทาเกิดรอยดำถาวรอีกด้วย …

ผิวสวยสุขภาพดี ดูแลจากภายใน “ไม่” พึ่งสารปรอท Read More »

ศูนย์แยกกักตัวในชุมชน: รักษาและป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ในชุมชน

หลาย ๆ ครัวเรือนในชุมชนอาจจะกำลังเผชิญกับความยากลำบากจากการที่มีบุคคลในครอบครัวได้รับเชื้อโควิด-19 และยังไม่สามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ อีกทั้งที่บ้านก็ยังไม่มีพื้นที่ หรือห้องส่วนตัวให้ทำการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) อีกด้วย จากปัญหาดังกล่าว จึงทำให้เกิดแนวทางการจัดตั้ง ศูนย์แยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) เพื่อให้บริการช่วยเหลือครัวเรือนที่กำลังประสบปัญหา โดยช่วยรักษาอาการของผู้ป่วยและลดโอกาสการแพร่กระจายของโรคในชุมชนอีกด้วย ศูนย์แยกกักตัวในชุมชนเหมาะกับใคร? ศูนย์แยกกักตัวในชุมชนเป็นสถานที่ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 ในชุมชนที่มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็วจนเกินขีดความสามารถในการดูแลของสถานพยาบาลในท้องที่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็ว ลดการเสียชีวิต และลดการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว* ซึ่งรู้ผลการติดเชื้อจากการตรวจทั้งแบบเก็บตัวอย่างเชื้อในลำคอ RT-PCR ที่สถานพยาบาลและการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองโดยการใช้ Antigen Test Kit *ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว คือผู้ป่วยไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เช่น ไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ระดับออกซิเจนในเลือดไม่ต่ำกว่า 96% ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่รับกลิ่น ลิ้นไม่รับรส ไม่มีอาการหายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก และไม่มีอาการปอดอักเสบ คุณสมบัติของผู้ป่วยที่เหมาะสม ได้แก่: ยังคงสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการจัดเป็นกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว เป็นชาวต่างชาติที่สามารถสื่อสารกับอาสาสมัครได้ หรือไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยต้องยอมรับเงื่อนไขการเข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักตัวในชุมชน ผู้ป่วยต้องไม่มีปัญหาสุขภาพจิต …

ศูนย์แยกกักตัวในชุมชน: รักษาและป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ในชุมชน Read More »

สปสช. แนะประชาชนกลุ่มเสี่ยง รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ระหว่างรอรับวัคซีนโควิด-19

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เชิญชวนประชาชนใน 7 กลุ่มเสี่ยง* พร้อมทั้ง 3 กลุ่มเสี่ยงใหม่ อันได้แก่: บุคลากรหรือผู้ปฏิบัติงานที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 กลุ่มที่อยู่สถานที่มีการรวมตัวของประชากรจำนวนมาก เสี่ยงต่อการระบาด กลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ ขึ้นกับสถานการณ์ ให้เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในระหว่างรอรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ลดความรุนแรงของโรคแทรกซ้อน รวมถึงลดระยะเวลาการรักษาตัวในโรงพยาบาลหากได้รับเชื้อโควิด-19 *ประชาชนใน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่: หญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์เกินกว่า 4 เดือน เด็กที่มีอายุ 6 เดือนจนถึง 2 ปี ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน) ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมองหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยโรคธารัสซีเมีย และผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV) โรคอ้วน (มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป/ …

สปสช. แนะประชาชนกลุ่มเสี่ยง รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ระหว่างรอรับวัคซีนโควิด-19 Read More »

10 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาโควิด-19

แม้ว่าโรคโควิด-19 จะอยู่กับเรามาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่หลายคนอาจจะยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรค ไม่ว่าจะเป็นวิธีการป้องกันการติดเชื้อ หรือวิธีรักษาตัวให้หายจากการติดเชื้อ และวันนี้ คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ จะมาแบ่งปันข้อมูลเบื้องต้น ที่หลายคนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19 เพื่อให้ทุกคนในชุมชนเข้าใจและสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสมมากยิ่งขึ้น 1. พ่นแอลกอฮอล์ใส่ร่างกาย สามารถฆ่าเชื้อไวรัสในร่างกายได้ การพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์บนสิ่งของ บริเวณต่าง ๆ ของบ้าน หรือบริเวณฝ่ามืออาจช่วยฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ แต่การพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์บนร่างกายไม่สามารถฆ่าเชื้อที่เข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วได้ อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อเยื่อบุต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ตาและปาก 2. เชื้อโควิด-19 สามารถแพร่ผ่านสินค้าที่ผลิตในประเทศที่มีรายงานการระบาดได้ จริงอยู่ที่เชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวสิ่งของได้หลายชั่วโมง แต่สภาพแวดล้อมในการเคลื่อนย้าย รวมถึงอุณหภูมิระหว่างขนส่งก็ทำให้ไวรัสอยู่ได้ยาก อีกความหมายหนึ่งคือ ไวรัสโควิด-19 อาจจะตายในหว่างขนส่งจากต่างประเทศ แต่นั่นไม่ได้ยืนยันว่า จะไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 ปนเปื้อนบนกล่องพัสดุขณะนำส่งในประเทศไทย ดังนั้น จึงควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง และล้างมือหลังสัมผัส 3. เชื้อโควิด-19 สามารถแพร่ผ่านการถูกยุงกัดได้ เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถแพร่กระจายผ่านฝอยละอองจากการไอ จาม หรือน้ำลายของผู้ป่วย ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าเชื้อโควิด-19 สามารถแพร่กระจายผ่านยุง แต่อย่างไรก็ตามการถูกยุงกัดก็อาจนำมาซึ่ง ไข้เลือดออก ดังนั้น ทางที่ดีก็ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษไม่ให้ถูกยุงกัดด้วย …

10 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาโควิด-19 Read More »

อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เลี่ยงได้ควรเลี่ยง ปลอดภัย ไกลโรค

ไม่ว่าจะไทยหรือเทศ (ต่างประเทศ) ผู้คนมักมีเมนูเด็ดที่รสชาติถูกปากหากทานแบบ “ดิบ” หรือ “สุก ๆ ดิบ ๆ” และด้วยความอร่อยนี้เอง ทำให้หลายคนหลงใหลไปกับรสชาติของอาหารเหล่านั้นและไม่ได้นึกถึงความ “เสี่ยง” ที่อาจเกิดขึ้น โดยหลายคนอาจจะยังไม่รู้ หรือรู้แล้ว แต่ไม่ได้ตระหนักถึงความอันตรายขนาดนั้น ทว่า แท้จริงแล้ว การทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อันตรายกว่าที่เราคิดไว้มากเลยทีเดียว ความอันตรายจากการทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ในเนื้อสัตว์แต่ละชนิดมักมีเชื้อโรค พยาธิ หรือปรสิตอาศัยอยู่แตกต่างกันไป นี่ยังไม่รวมการปนเปื้อนของเชื้อโรคอื่น ๆ ในขณะที่เนื้อเหล่านั้นผ่านการแปรรูป ขนส่ง หรือ บรรจุภัณฑ์ อีกด้วย และเมื่อเชื้อโรคและสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย อาจมีผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ หรือโรคตามมา อย่างเช่น ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ไข้ไทฟอยด์ ไข้หูดับ โรคพยาธิ ซึ่งอาจรักษาหายหรืออาจอันตรายถึงชีวิตได้ ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการทานอาหารดิบ หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดที่บอกต่อ ๆ …

อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เลี่ยงได้ควรเลี่ยง ปลอดภัย ไกลโรค Read More »

ทานยาอย่างถูกต้องอย่างไร และควรทำอย่างไรหากลืมทานยา?

เชื่อว่าหลาย ๆ คน ต้องเคยมีประสบการณ์เจ็บไข้ได้ป่วยแล้วมีความจำเป็นต้องทานยาเม็ด หรือแคปซูลเพื่อรักษาอาการของโรคนั้น ๆ ปัญหาที่ตามมาก็คือ คำว่ายา “ก่อน” หรือยา “หลัง” อาหารนั้น ควรทานห่างจากมื้ออาหารนานแค่ไหน หรือ ยา “ก่อนนอน” ควรทานก่อนนอนนานแค่ไหน และหากลืม เราสามารถทานยาตามเข้าไปได้เลยหรือไม่ วันนี้คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ จะมาแบ่งปันความรู้คู่ครัวเรือน ให้ทุกบ้านในชุมชนสามารถรับประทานยาได้อย่างถูกต้องปลอดภัย การทานยาก่อนอาหารที่ถูกต้อง ควรทานก่อนมื้ออาหารอย่างน้อย 30 นาที เพื่อประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ดีที่สุด หากลืมทานยาก่อนอาหารต้องทำอย่างไร? สำหรับยาทั่วไป เช่น ยาลดกรดในกระเพาะ ยาโรคกระเพาะ หรือยาปรับลำไส้ หากลืม ให้ข้ามยามื้อนั้นไปได้เลย เพราะหากทานหลังมื้ออาหาร จะถือว่าไม่ถูกต้องตามหลักการใช้ยา เนื่องจากยาบางชนิดมีผลต่อการเตรียมความพร้อมของกระเพาะและลำไส้เพื่อรองรับสารอาหาร รวมถึงอาหารบางชนิดอาจมีผลต่อประสิทธิภาพการออกฤทธิ์และการดูดซึมของยาอีกด้วย สำหรับยาสำคัญที่ต้องทานให้ครบตามกำหนด เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด หากลืม ให้ทานตามหลังมื้ออาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง หรือตอนท้องว่าง และมื้อต่อไปก็สามารถทานยาตามปกติได้เลย การทานยาหลังอาหารที่ถูกต้อง ควรทานหลังมื้ออาหารทันที หรือภายใน 15 นาที เพื่อประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ดีที่สุด หากลืมทานยาก่อนอาหารต้องทำอย่างไร? …

ทานยาอย่างถูกต้องอย่างไร และควรทำอย่างไรหากลืมทานยา? Read More »

ก้างปลาติดคอ ปัญหาเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่หากปฐมพยาบาลผิดวิธี

เนื้อปลามีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการทางโภชนาการให้บริโภคแทนเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เนื้อปลาแตกต่างจากเนื้อของสัตว์ชนิดอื่นก็คือ ‘มีก้าง’ และหลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ “ก้างปลาติดคอ” ซึ่งสร้างความเจ็บปวดในขณะรับประทานอาหาร การที่ก้างปลาติดคอนั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น เกิดการติดเชื้อ เป็นหนองลามเข้าไปในคอ ลามเข้าไปในช่องอก เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาก้างปลาติดคอขึ้น หลายครอบครัวอาจมีวิธีแก้ที่แตกต่างกันไป ถึงแม้บางวิธีจะได้ผลในบางครั้ง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าวิธีการดังกล่าวจะถูกต้องและปลอดภัย วันนี้คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ จึงอยากจะมาแบ่งปันข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับอาการก้างปลาติดคอ ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการปฐมพยาบาล และมาดูกันว่าหากมีปัญหาก้างปลาติดคอ เราควรทำอย่างไร ก้างปลาติดคอมีอาการอย่างไร? เจ็บจี๊ดเฉียบพลันบริเวณที่ถูกก้างตำ กลืนน้ำลายแล้วรู้สึกเจ็บ สามารถบอกตำแหน่งได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่บริเวณใด วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำได้อย่างไร? หากเป็นก้างปลาขนาดเล็ก ให้ดื่มน้ำแล้วกลั้วคอแรง ๆ ก้างจะสามารถหลุดออกเองได้ หากไม่หลุด ควรมาพบแพทย์ทันที เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ความเชื่อผิด ๆ เมื่อมีก้างปลาติดคอ การปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนแล้วกลืน ทานกล้วย หรือขนมมาร์ชเมลโล เพื่อดันก้างปลาให้หลุดนั้นเป็นเท็จ เพราะก้างปลาที่มีขนาดใหญ่จะไม่สามารถหลุดได้ …

ก้างปลาติดคอ ปัญหาเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่หากปฐมพยาบาลผิดวิธี Read More »

ไข้เลือดออก กับ ไข้หวัดใหญ่ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

เป็นที่รู้กันว่า ฤดูฝนในประเทศเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทยมักมาพร้อมกับโรคระบาดขาประจำอย่าง ไข้เลือดออก และ ไข้หวัดใหญ่ ทำให้ทุกครั้งที่เรามีอาการป่วย ไข้ขึ้นสูงเป็นเวลาหลาย ๆ วัน เรามักจะเกิดความกังวลและสับสนว่า เรากำลังป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาที่มีอาการหนัก หรือรุนแรงกว่านั้น ซึ่งถ้ารุนแรงกว่านั้น ความเป็นไปได้ที่เราพอจะคาดเดาได้ ก็คือเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ก็เป็นไข้เลือดออก นั่นเอง เพื่อให้การสำรวจอาการด้วยตนเองมีความแม่นยำมากกว่าเดิม วันนี้คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจจะมาแบ่งปันความรู้กับคนในชุมชน ว่าไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ มีอาการชัดเจนที่สังเกตได้เป็นอย่างไร และเหมือนหรือแตกต่างจากอีกโรคหนึ่งอย่างไร อาการทั่วไปของโรคไข้เลือดออก ไข้เลือดออกเกิดจากการถูกยุงที่มีเชื้อไวรัส “เดงกี” กัด และเมื่อผ่านเวลาไปประมาณ 8 – 12 วัน เชื้อไวรัสจะฟักตัวและแพร่เข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่ถูกยุงกัด ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกในที่สุด แน่นอนว่า อาการที่สังเกตได้ของโรคไข้เลือดออกในผู้ป่วยแต่ละรายมักแตกต่างกัน และสามารถสังเกตได้ ดังนี้: มีไข้สูงเฉียบพลันเป็นเวลา 2 – 7 วัน มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวดท้องร่วมด้วย มีอาการซึมจากการเจ็บป่วย และมีเลือกกําเดา ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจเกิดภาวะไข้เลือดออกช็อก ซึ่งมีอาการ ปลายมือปลายเท้าเย็น ความดันโลหิตต่ำ ไข้ลดอย่างรวดเร็ว เป็นต้น …

ไข้เลือดออก กับ ไข้หวัดใหญ่ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? Read More »

5 เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลสุขภาพตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

สิ่งที่มักจะมาพร้อมกับฤดูฝน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ก็คือการเจ็บไข้ได้ป่วยต่าง ๆ  ซึ่งโดยทั่วไปเกิดจากการรับเชื้อโรคมาในขณะที่ร่างกายอ่อนแอ หรืออาจเกิดจากการใช้ชีวิตในช่วงฤดูฝนซึ่งคือการอยู่ติดบ้านก็ได้ เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้ทำร้ายสุขภาพของเรา ทางคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจจึงอยากจะมาร่วมแบ่งปัน 5 เคล็ด(ไม่)ลับ ในการดูแลสุขภาพร่างกายแบบง่าย ๆ อีกทั้งสามารถทำได้ที่บ้าน หรือห้องพักอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย! 1. กินผลไม้เป็นของว่างในบางโอกาส สำหรับคนที่ชอบทานขนมระหว่างมื้ออาหารเป็นชีวิตจิตใจ อาจจะลองเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวชนิดต่าง ๆ มาเป็นผลไม้แทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์สองต่อ เพราะเนื่องจากการกินผลไม้ช่วยเพิ่มวิตามินให้กับร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดแล้ว ยังถือเป็นการลดปริมาณขนมขบเคี้ยวที่ไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย 2. ดื่มน้ำให้มากขึ้น (ประมาณ 6 – 8 แก้ว ต่อวัน) ชีวิตของใครหลายคนอาจถูกขับเคลื่อนด้วยกาแฟเข้ม ๆ น้ำอัดลม หรือชานมไข่มุกหวาน ๆ ซักแก้ว แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ร่างกายของเราขาดไม่ได้ก็คือ น้ำเปล่า เพียงดื่ม หรือจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน ก็ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี และการกระตุ้นนี้จะช่วยส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่เป็นลำดับถัดมา 3. เวลาเครียด ให้หายใจให้ลึก ๆ …

5 เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลสุขภาพตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน Read More »